10 วิธีมองโลกในแง่ดี ทฤษฎีแนวคิดเปลี่ยน ยังไงให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ

0
387

10 วิธีมองโลกในแง่ดี

10 วิธีมองโลกในแง่ดี เปลี่ยนเรื่องเครียดให้เป็นโอกาส คิดบวกประโยชน์รอบตัว ในแง่การบริหารธุรกิจ?

10 วิธีมองโลกในแง่ดี ลดภาวะเครียด ถือเป็นเรื่องที่สามารถพบได้เกือบทุกวันสำหรับมนุษย์เรา เช่น ภาวะเครียดที่มาจากการทำงาน เนื่องด้วยผู้คนส่วนมากไม่ว่าจะเป็นงานไหนๆก็จะต้องทำออกมาให้ดีที่สุดเพื่อผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ และในบางครั้งการทำงานย่อมมีความเครียดแล่นเข้ามา

อาจจะเพราะการทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือเป็นเพราะไม่สามารถทำงานต่อได้ และคุณจะทำอย่างไรกับการที่จะขจัดความเครียดนี้ออกหากงานของคุณมีปัญหา ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำคุณในการเปลี่ยนความเครียดเป็นโอกาสที่สามารถพาคุณไปเจอเรื่องดีๆได้ จะเป็นอย่างไร และมีอะไรบ้าง

1.วิจัยและพัฒนาใหม่

วิจัยและพัฒนาใหม่

การวิจัยและพัฒนาสินค้าเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะหากคุณไม่มีความคิดที่จะพัฒนาสินค้าก็จะทำให้ธุรกิจนั้นอยู่เพียงจุดเดิมและไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ หากเป็นอย่างนั้นจะทำให้ธุรกิจของคุณหยุดนิ่งและจบลงอย่างแน่นอน ผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตที่ดีไม่ควรหยุดนิ่ง

ควรหมั่นทำการวิจัย และพัฒนาสินค้าอยู่เสมอ เพื่อดึงดูดลูกค้าและขยายธุรกิจให้เติบโตมากกว่าที่เป็นอยู่ นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณได้พัฒนาตัวเองมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่จากการลองอะไรใหม่ๆและแปลกแตกต่างไปจากเดิม ทั้งมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจ และมีประโยชน์ต่อตัวคุณเอง ในการดำเนินงาน

2.ลงทุนน้อย

เป็นการลงทุนน้อย แต่ชาญฉลาด แต่ได้ผลตอบแทนคือกำไรที่มากขึ้น ซึ่งการทำแบบนี้เป็นพื้นฐานของการทำธุรกิจที่มีมานานแล้ว เรียกได้ว่าเป็นศิลปะในการทำธุรกิจอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ และเมื่อหากถึงเวลาที่ต้องมีการแข่งขันในการทำธุรกิจ การที่จะต้องเสียกำลังพลน้อยย่อมดีกว่าเสียไปเยอะเกินจำเป็นอยู่แล้ว

และในปัจจุบันธุรกิจที่ใช้วิธีการนี้ และได้ผลดีตามคาด คือการทำธุรกิจผ่าน social network เพราะในปัจจุบันโทรศัพท์เป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนต้องมีและมีจะปริมาณมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ตลาดต้นทุนสูง ระบบเดิมๆจะหมดไป และผู้คนจะหันมาให้ความสนใจการทำธุรกิจผ่านตลาดเทคโนโลยีทางโทรศัพท์แทน

3.ทำธุรกิจให้ถูกช่วงเวลา

การทำธุรกิจให้ถูกช่วงเวลา ก็คือการเลือกขายสินค้าหรือผลิตสินค้าและบริการต่างๆในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะหากในช่วงนั้นเกิดเศรษฐกิจตกต่ำ การทำธุรกิจในช่วงนั้นอาจจะไม่ราบรื่นและผ่านไปได้ยาก และนั่นจะส่งผลให้ธุรกิจที่คุณกำลังทำอยู่สะดุด หยุดชะงัดได้ง่ายๆ

วิธีการแก้ไขคือการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในตอนนั้น เช่น การผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ ลูกค้ามากที่สุด นั่นคือการผลิตสินค้าที่ประหยัดกระเป๋าลูกค้า มีต้นทุนน้อย และไม่ฟุ่มเฟือย เมื่อเศรษฐกิจกลับมาดีขึ้นอีกครั้งก็สามารถผลิตสินค้าและเดินหน้าธุรกิจที่ทำอยู่ได้

4.สยบความเคลื่อนไหว

การสงบเสงี่ยมไว้ในช่วงที่สถานการณ์เศรษฐกิจกำลังวิกฤต เป็นวิธีที่มีมาอย่างยาวนานและห้ามลืมเด็ดขาด เพราถ้าหากคุณขยับขยายในช่วงสถานดังกล่าวแล้วอาจจะทำให้ธุรกิจของคุณเกิดหายนะได้เลย และนั่นจะทำให้มีเรื่องมากมายตามมา

เพราะในช่วงสถานการณ์ที่น่าหวาดเสียวนี้คุณไม่สามารถทราบได้เลยว่าหากได้ลองทำอะไรลงไปแล้วผลที่จะตามมาจะหนักเบามากแค่ไหน ที่ทำได้คือการกัดฟันอดทนอดกลั้นรอเวลาที่เหมาะสม และเคลื่อนไหวอีกครั้งหนึ่ง ถือเป็นข้อที่ห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาด

5.กระชับความสัมพันธ์กับลูกค้า

กระชับความสัมพันธ์กับลูกค้า

กลยุทธ์ที่ดีของการค้าขายคือการกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ดี และเน้นการบริการที่ดีต่อลูกค้า แม้ในสถานการณ์ที่เกิดเศรษฐกิจย่ำแย่ ลูกค้าอาจจะไม่ได้มาอุดหนุนสินค้าของคุณ แต่หากเศรษฐกิจกลับมาดีขึ้นเมื่อไหร่ ลูกค้าจะเลือกคุณมากกว่าคู่แข่งอย่างแน่นอน แต่แท้จริงแล้วการบริการลูกค้าให้ดีก็คือพื้นฐานในการทำธุรกิจ ควรมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าอย่างเสมอต้นเสมอปลาย และ

6.ปรับปรุงคุณภาพสินค้า

การปรับปรุงคุณภาพสินค้าเป็นพื้นฐานสำคัญอย่างมากในการทำธุรกิจ คุณควรเปิดรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าที่มาใช้บริการเพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ดีขึ้น และเพื่อผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด และเมื่อเกิดภาวะวิกฤตที่ไม่สามารถทำธุรกิจได้อย่างราบรื่นได้

ในช่วงเวลานั้น หากหันมาพัฒนาการดำเนินงานต่างๆ และตัวสินค้าให้ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อถึงเวลาที่พร้อมในการเคลื่อนไหวใหม่อีกครั้ง ลูกค้าก็จะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ และการดำเนินงานที่ติดขัดในอดีต ก็จะดีมากขึ้นหากคุณหันมาพัฒนาในช่วงเวลานนั้นนั่นเอง

7.สะสมกำลังให้พร้อม

การสะสมกำลังก็เหมือนกับการสะสมเสบียงไว้ให้พร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก และอาจจะไม่สามารถคาดคิดได้ เพราะคุณไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสถนการณ์เศรษฐกิจจะกลับมาย่ำแย่ในตอนไหน หากในเวลานี้คุณรวบรวมกำลังพล กำไรที่สะสมเอาไว้เพื่อใช้ในการพัฒนาสินค้าและการดำเนินงานต่างๆให้ดีขึ้นในขณะที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด การกลับมาอีกครั้งของธุรกิจของคุณจะดีมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

8.หาจุดซื้อ

ควรหาจุดซื้อ ไม่ใช่หาจุดขาย โดยปกติแล้วส่วนใหญ่จะหาจุดขายในการขายสินค้าและบริการต่างๆมากกว่าการหาจุดซื้อ และในบางครั้งอาจจะไม่ตรงโจทย์ความคิดของลูกค้าก็เป็นได้ เพราะคุณได้หาจุดขายจากตัวผู้ผลิตไม่ใช่ผู้บริโภค หากเลือกจุดซื้อ โดยการจำลองเป็นผู้ซื้อ ที่ถ้าหากคุณเป็นผู้ซื้อคุณจะเลือกซื้อสินค้าจากที่ไหน หรือจุดไหนที่คุณจะผ่านไปมากที่สุดและสามารถมองเห็นการขายสินค้าได้ดีที่สุด

9.เตรียมตัวรับมือกับทุกสถานการณ์

กลยุทธ์นี้คือการรวบรวมทุกอย่างเอาไว้ด้วยกัน คือการเตรียมตัวรับมือกับทุกสถานการณ์ที่จะเข้ามา โดยมีวิธีหลากหลายตามความคิดของคุณ ทั้งการดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้า การพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง และการปรับปรุงดูแลสินค้า เพื่อให้สินค้าออกมาอย่างมีคุณภาพมากที่สุด และสิ่งสำคัญเลยคือการรับฟังความคิดเห็นต่างๆเพื่อนำมาปรับใช้ให้ดีขึ้น และเมื่อเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด อย่างเช่น สถานการณ์เศรษฐกิจตกต่ำแล้ว คุณจะมีความพร้อมมากขึ้นใ

10.ยึดมั่นในแนวทางของตนเอง

ยึดมั่นในแนวทางของตนเอง
Woman celebrating her goals. Winning concept.

อย่าให้เสียงคนอื่นดังกว่าเสียงในใจคุณ สุดท้ายแล้วคือการอย่าฟังเสียงคนอื่นมากกว่าเสียงในใจและการตัดสินใจของคุณ เพราะในบางครั้งคำพูดที่ติเตียนหรือคอยขัดขวางการทำงานและการธุรกิจของคุณอาจจะทำให้สูญเสียโอกาสที่สำคัญในการคว้าอะไรบางอย่างก็ได้ แม้จะเป็นคำพูดที่มีความเป็นห่วงก็ตาม

การทำธุรกิจควรมาด้วยหลักเหตุและผล การตัดสินใจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุณนั้นต้องเลือกเอง แต่ระวังเอาไว้แม้จะเป็นการตัดสินใจและความคิดของคุณ หากกระทำด้วยความ “บ้าบิ่น” อาจจะทำให้ได้รับผลลัพธ์ที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก ดังนั้นควรคิดก่อนที่จะตัดสินใจ อย่าลงมือทำธุรกิจโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง

สรุปแล้ววิธีการเปลี่ยนความเครียดให้เป็นโอกาสในการกู้คืนธุรกิจที่กำลังย่ำแย่นั้น ก็คือการพัฒนาอยู่เสมอ ธุรกิจที่กำลังย่ำแย่ย่อมได้รับการแก้ไข หากคุณไม่อยากจะเสียเวลาอย่างเปล่าประโยชน์ในระหว่างนี้ สามารถนำวิธีการที่ได้แนะนำไปลองปรับใช้ตามความคิดของคุณเพื่อช่วยกู้คืนความเครียดที่สะสมจากการทำธุรกิจ

ติดตามบทความใหม่ๆ…. ความสุข

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here